วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เพาเวอร์ซัพพลาย Power Supply



      อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เรามักจะมองข้ามไปและเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญ
เพราะถ้าขาดเจ้าตัวนี้แล้วเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวเก่งของเราก็เปรียบเสมือนกล่องเหล็กธรรมดาๆใช้การอะไรไม่ได้อุปกรณ์ชิ้นนี้ก็คือ แหล่งจ่ายไฟ หรือที่เรามักจะเรียกกันว่า เพาเวอร์ซัพพลาย (Power Supply)นั่นเองเพาเวอร์ซัพลายมีหน้าที่หลักก็คือ เปลี่ยนแรงดันกระแสสลับจากไฟบ้าน 220โวลท์เอซี ให้เป็นแรงดันไฟตรงดีซีที่คอมพิวเตอร์ต้องใแหล่งจ่ายไฟคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือคอมพิวเตอร์พีซีนั้น ส่วนใหญ่จะบรรจุในเคสด้านหลัง ถ้ามองไปที่หลังเคสจะเห็นก่องเหล็กสี่เหลี่ยมมีช่องเสียบสายไฟและพัดลมเพื่อระบายความร้อน

                                                        
 
      
     เพาเวอร์ซัพพลายจะใช้เทคโนโลยีที่เราเรียกว่า สวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายคือการเปลี่ยนแรงดันอินพุตกระแสสลับเอซี ให้เป็นแรงดันตํ่ากระแสตรงแรงดันที่ออกแบบให้ออกมาจากเพาเวอร์ซัพพลายมีอยู่ทั่วไป 3ระดับคือ3.3โวลท์ ,5โวลท์ และ 12โวลท์ โดยที่แรงดัน3.3โวลท์และแรงดัน5โวลท์จะนำไปใช้ในวงจรดิจิตอล ส่วนแรงดัน12โวลท์ถูกนำไปใช้ในการหมุนมอเตอร์ของดิสท์ไดรฟ์และพัดลมระบายความร้อน




    
      เมื่อหลายปีก่อนบางท่านที่เคยใช้คอมพิวเตอร์ยุคแรกๆตั้งแต่รุ่น 8088
จนถึงรุ่น 486 คงจะจำได้ว่าสวิตช์เปิดปิดของคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าพวกนี้จะแตกต่างจากสวิตช์ปิดเปิดคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน ด้วยเหตุว่า คอมพิวเตอร์รุ่นแรกๆนั้น จะใช้เพาเวอร์ซัพพลายแบบ AT ซึ่งมีสวิตช์เพื่อควบคุมการปิดเปิดเพาเวอร์ซัพพลายโดยตรง และใช้สวิตช์กดติดค้างคล้ายๆกับสวิตช์เปิดปิดไฟบ้าน ซึ่งต่างจากคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจะใช้สวิตช์แบบกดติดปล่อยดับ สวิตช์นี้จะไม่ต่อเข้ากับเพาเวอร์ซัพพลายโดยตรงแต่จะต่อกับแผงวงจรเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ โดยใช้การควบคุมการปิดเปิดจากโปรแกรมปฎิบัติงาน สั่งให้แผงเมนบอร์ดปิดเพาเวอร์ซํพพลาย เมื่อเรากดสวิตช์นี้ เมนบอร์ดจะส่งแรงดัน 5โวลท์ไปยังส่วนควบคุมในเพาเวอร์ํซัพพลายเพื่อเปิดปิดการทำงานของตัวมันแรงดันไฟตรงนี้เราเรียกว่าแรงดัน VSB เพาเวอร์ซัพพลายรุ่นใหม่นี้เราเรียกแบบว่า แบบ ATX

  

   ถ้าพูดถึงเทคโนโลยีสวิตชิ่งในเพาเวอร์ซัพพลายจะเห็นได้ว่ามีการพัฒนามาตั้งแต่ปี คศ.1980 ในตอนนั้นเพาเวอร์ซัพพลายมีขนาดใหญ่และนํ้าหนักมากที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าในตัวเพาเวอร์ซํพพลายต้องใช้หม้อแปลงและตัวเก็บประจุที่มีขนาดใหญ่ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาลดขนาดและนํ้าหนักของเพาเวอซัพพลายลงได้มากเทคโนโลยีสวิตชิ่งไม่ใช่แค่นำไปใช้แคอมพิวเตอร์เท่านั้นแต่ยังได้นำไปใช้ในการสร้างไฟกระแสสลับจากไฟตรง12โวลท์ของแบตเตอรี่รถยนต์เพื่อไปจ่ายให้เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่นทีวี วิดีโอ ดังจะเห็นได้จากรถตู้หรือรถทัวร์เค้าใช้กัน วงจรพวกนี้เราเรียกว่า อินเวอร์เตอร์ 


เพาเวอร์ซํพพลายที่มีขายตามท้องตลาดนั้นมีหลายราคา หลายกำลังวัตต์ให้เลือก
ตั้งแต่200วัตต์ จนถึง 400วัตต์ขึ้นอยู่กับว่าคอมพิวเตอร์เราใช้ทรัพยากร
หรือว่ามีอุปกรณ์ต่อมากน้อยเพียงใด อุปกรณ์ในคอมพิวเตอร์ กำลังวัตต์ที่อุปกรณ์ใช้


   
                            หน่วยประมวลผล CPU 15 - 45 วัตต์
                            Mainboard 20 - 30 วัตต์
                            Hard disk 5 - 15 วัตต์
                            CD-ROM drive 10 - 25 วัตต์
                            หน่วยความจำ RAM 5 - 11 วัตต์
                            Floppy disk drive 5 วัตต์
                            การ์แสดงผล AGP 20 - 30 วัตต์
                            การ์ด PCI เช่นการ์ดเสียง 5 วัตต์
                            การ์ด SCSI 20 - 25 วัตต์
                            การ์ด LAN 4 วัตต์





     
   พัดลมระบายความร้อน 2 - 4 วัตต์ จะเห็นได้ว่ากำลังไฟทั้งหมดถ้ารวมๆกันแล้วก็ไม่เกิน 250วัตต์ จึงพอเพียงสำหรับเพาเวอร์ซํพพลายที่มีขายในปัจจุบันปัญหาที่เราพบบ่อยๆกับเจ้าตัวเพาเวอร์ซํพพลายก็คือความร้อนที่เกิดจากตัวมันเองโดยทั่วไปเพาเวอร์ซัพพลายจะมีพัดลมช่วยระบายความร้อน แต่ถ้าพัดลมนั้นเกิดเสื่อมสภาพ หมุนช้าลงหรือหยุดหมุนไปอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในเพาเวอร์ซัพพลายก็จะร้อนขึ้นจนอาจจะไหม้ได้ หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์ก็จะหยุดทำงานพร้อมกับมีกลิ่นไหม้ตามมา ฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ก็ควรสำรวจพัดลมหรือฟังเสียงพัดลมีของเพาเวอร์ซัพพลาย ถ้าพัดลมหมุนช้าหรือหยุดหมุนไปก็ให้ปิดเครื่องทันที ถ้ามีฝีมือหน่อยก็ถอดฝาออกมาแล้วก็ซื้อพัดลมขนาดเดียวกันมาเปลี่ยนแทน หรือถ้าไม่อยากยุ่งยากก็ซื้อใหม่ทั้งชุดเลย ปัจจุบันราคาของเพาเวอร์ซัพพลายไม่แพงมากนัก อยู่ระหว่างประมาณ 350 ถึง500บาทขึ้นอยู่กับกำลังวัตต์ที่ใช้และรูปแบบของเพาเวอร์ซัพพลาย เวลาเปลี่ยนก็ควรปลดสายไฟออกทั้งหมดก่อนเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะตามมา



   ด้วยเหตุนี้ผู้ผลิตเมนบอร์ดจึงได้สร้างเมนบอร์ที่สามารถอ่านค่าความเร็วของพัดลมทุกตัวในคอมพิวเตอร์ รวมทั้งพัดลมของเพาเวอร์ซํพพลายด้วย โดยเมื่อพัดลมหมุนช้าลง หน่วยควบคุมในเมนบอร์ดก็จะส่งสัญญาณผ่านโปรแกรมมอนิเตอร์เตือนผู้ใช้ที่หน้าจอ ก่อนที่จะดับเครื่องตัวเองเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะตามมา

รีวิว power supply แบบบ้านๆ
สวัดดีคับ พบกับผม blackcatXIII วันนี้จะขอมา review power supply แบบ บ้านๆ เราไม่มีวัดไฟเราไม่ลากคอมไปแรงๆมากมาย แต่เราเปิดมาราธอนและใช่งานมาครึ่งปีโดยไม่ปิดยกเว้นไฟดับและไฟกระชาก จนคนreview จะโดนกระชากค่าไฟแล้ว T-T ยังดีนะแค่ 550W แรงกว่านั้น ผมคงโดนแม่เอาไฟมาซ็อต

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าส่วนใหญ่คอมของผมจะใช่ในการเล่นเกมเป็นหลัก และค่อนข้างเล่นเป็นเวลานานพอสมควร5-8 Hrในบ้างโอกาศ เพราะซ้อมแข่ง และ review นี้ผ่านสถานการณ์ใช่จริง ฝุ่นจริงๆ ร้อนจริงๆ เพราะไม่เปิดแอร์ เปิดเคสเอาพัดลมโกรก ซึ่งในสถานการณ์บ้านแมว เอ่ย สถาณะสภาพของห้องผม ทำให้Power supply หลายตัวที่บ้าน เกิดใหม่ไปเรียบร้อย

แต่ . . . เจ้า Cooler Master Real Power Pro 550W มันยังอยู่รอดอย่างปลอดภัย - -!! ผมขอออกตัวก่อนเลยว่า เมื่อก่อนผมไม่เคยใช่ Powersupply แบบเป็น Branding รึพวก Watt เต็มๆเพราะไม่ค่อยเห็นความสำคัญเท่าไร ใช่แบบ Watt เทียมใกล้ๆกันพอเปิดติด เจอไฟกระชากแรงๆ รึฟ้าผ่าช่วงหน้าฝน ไฟดับ ถ้ามีประกันก็เคลม ไม่มีประกันก็โยนทิ้ง ตัวอย่าง (จริงๆมีเยอะก่านี้ แต่ไปชั่งกิโลขายละ) -_-‘ เหยื่อสงครามไฟกระชาก หมดประกันไปแล้ว



                       แพ็คเกจ (กล่องนั่นละค้าบบ)

Specifications

Type: ATX Form Factor 12V V2.3 / SSI Standard EPS 12V V2.91
Power: 550w (660w Max)
PFC: Active (more than 0.99)
Hold-up Time: more than 17ms
Efficiency: 83%(110W) / 84%(275W) / 81%(550W)
Input Voltage: 90~264V (Auto Range)
Input Frequency Range: 47~63 Hz
Input Current: 8A @ 115 Vac / 4A @ 230 Vac
Output: +3.3V@25A, +5V@20A, +12V1@19A, +12V2@19A, +12V3@19A, -12V@0.8A, +5VSB@3.5A
MTBF: more than 100,000 Hours
Features: 
- Eco-design for energy and money saving by Active PFC. (>0.99) / High Effieicency (>80%)
- Ultra-silent operation with intelligent 120mm fan speed controller makes superb heat dissipation at low noise (17 dBA)
- Compliance with the newest Intel standard ATX 12V V 2.2
- Compliance with the newest SSI standard EPS 12V V2.91
- PCI-e connector with bead core protection to minimize EMI for reducing noises
- Worry-free Power Failure Detector will light up when Over-Voltage, Under-Voltage, Over-Temperature, Over-Current, Over-Loading, and Short circuit occur.
Approvals: Nemko / TUV / cUL / CE / BSMI / FCC / CCC / CCC / C-tick / GOST
Warranty: 5 Years